เพราะมีผู้นำทัพทั้งฝ่ายคณะสงฆ์และฝ่ายฆราวาสที่มีปัญญาและมีวิสัยทัศน์กว้างไกล ทันทีที่รู้ว่า จะมีพระธุดงค์มาอยู่ในพื้นที่ พระกฤตยกรณ์ กันตธัมโม เลขานุการเจ้าคณะอำเภอ เจ้าอาวาสวัดจันทราราม ก็วางแผนหากุศโลบายให้ญาติโยมในพื้นที่ได้บุญใหญ่ครั้งนี้ จึงได้จับมือกับท่านนายอำเภอ นายสุนันท์ เจริญยุทธ จัดให้มีการตักบาตรประจำอำเภอขึ้น
ขณะที่นั่งสมาธิอยู่ ลูกก็เห็นองค์พระแก้วใส องค์ใหญ่ ขนาด 12 นิ้ว ปรากฏขึ้นมา ลูกรู้สึกมีความสุขมากค่ะ วันต่อมาลูกก็จะเห็นเป็นดวงแก้ว ผุดเกิดขึ้นมา เห็นแล้วลูกยิ้มเป็นปลื้ม แบบสุด สุด
กรรมของคนชอบชนไก่ เมื่อถึงคราวตายจะมีการแปลกๆ เวลากลืนอาหาร จะมีเสียงอ็อกๆ เหมือนไก่ชนที่เคยเลี้ยง นี่แหละ..กฎแห่งกรรม ที่ทุกคนหนีไม่พ้น
บางคนถึงกับบอกว่า “ถ้าเกิดมาชาตินี้ ไม่ได้มาเจอคุณยายและหลวงพ่อ เราก็คงจะไม่มีโอกาสได้สร้างบุญใหญ่ๆ ที่สามารถพลิกชีวิต รื้อผังจนได้ ไม่เช่นนั้นเราก็คงจะเป็นคนจนๆ อย่างนี้ตลอดไป ดังนั้นบุญใหญ่ครั้งนี้จะขอทุ่มเททั้งแรงกายและหัวใจอย่างเอาชีวิตเป็นเดิมพัน เพราะเรารู้ว่ายังมีผู้มีบุญอีกมากมายที่เขาคอยเราอยู่
วันหนึ่งหลังจากสวดมนต์นั่งสมาธิแล้ว พระอาจารย์ได้นำละครฟื้นฟูศีลธรรมโลก เรื่อง “น้องแพรวกฐินสัมฤทธิ์” มาฉายให้ชาวบ้านและเยาวชนได้ดูกัน หลังจากที่ได้ดูเสร็จ ทุกคนประทับใจมาก เห็นแววตาของเด็กๆและเยาวชน เป็นประกายฉายแสงแห่งความเป็นเด็กเก่งและดี จึงลองสอบถามดูว่า “ไหนใครอยากเป็นประธานกฐินสัมฤทธิ์เหมือนกับน้องแพรวบ้าง” ปรากฏว่า
เรื่องราวจากชีวิตจริงของหญิงคนหนึ่ง เธอเกิดในครอบครัวที่ยากไร้ ถูกพ่อบังคับให้ไปซื้อเหล้า ซื้อฝิ่น เป็นประจำ พร้อมที่จะยกลูกสาวให้กับทุกคนที่เอาเหล้ามาให้ …เมื่อมาได้สามีคนแรก เป็นทหาร พอมีลูก 1 คน เขาก็ขอลากลับไปรบ แล้วหายสาบสูญไป …สามีคนปัจจุบัน ดื่มเหล้าหนักกว่าพ่อของเธออีก …เพราะต้องเจอกับความทุกข์ต่างๆในชีวิต ตั้งแต่เด็กจนโต ทำให้เธอฆ่าตัวตายหลายต่อหลายครั้ง …แต่ไม่ตาย…
ชายคนหนึ่ง...เมื่อเขามีโอกาสได้บวช ก็ซาบซึ้งในพระธรรม อยากจะใช้ชีวิตสมณะเรื่อยไป แต่เพราะภาวะทางเศรษฐกิจ ทำให้กิจการของครอบครัวต้องประสบภาวะขาดทุน เป็นหนี้สินมากมาย ทำให้ต้องลาสิกขา...เขาตั้งหน้าตั้งตาทำงาน จนสามารถใช้หนี้ได้หมด และยังมีเงินก้อนใหญ่เหลือเก็บ แต่เขากลับคิดว่า ตนเองโชคร้าย เพราะเขาอยากจะอยู่ในเพศสมณะมากกว่า
ข้าพเจ้าเป็นภิกษุณีในพุทธ ศาสนานิกายมหายาน อยู่ที่ประเทศไต้หวัน บวชได้เกือบ 30 พรรษาแล้ว ปัจจุบันเป็นสมาชิกของ ยพสล. (องค์การยุวพุทธิกสมาคม แห่งไต้หวัน) ทำหน้าที่อบรมสั่งสอนธรรมะให้กับนักโทษในคุกที่ใหญ่ที่สุดของไต้หวัน มาเป็นเวลากว่า 20 ปีแล้ว นักโทษที่ข้าพเจ้าเทศน์สอนล้วนเป็นนักโทษ “เดนตาย” ทั้งสิ้น
นับตั้งแต่ผมและทีมพระภิกษุเจ้าหน้าที่ ได้รับการส่งมารับบุญที่ประเทศญี่ปุ่นนี้ เหมือนเป็นการเริ่มต้นชีวิตใหม่ทั้งหมด เพราะเราต้องเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยที่นี่ เรียนภาษาใหม่ควบคู่ไปกับการรับบุญที่วัดสาขา ซึ่งทุกอากัปกิริยาของเรา ล้วนอยู่ในสายตาของชาวญี่ปุ่นดังที่หลวงพ่อเคยบอกว่า “เราอยู่ในสายตาของมนุษย์และเทวดาตลอดเวลา ไม่ว่าเราจะรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม”